ท่องเที่ยวใน “ทตโตะริ”

วันนี้ ANNGLE พาเพื่อนๆเก็บกระเป๋าจัดทริปไปทัวร์จังหวัดทตโตะริกันค่ะ !! เมื่อพูดถึงจังหวัดทตโตะริที่ตั้งอยู่บริเวณแถบตะวันออกเฉียงเหนือของเขตชูโกคุ แฟนอนิเมะหลายคนก็น่าจะพอคุ้นหูกันบ้างเนอะ แต่บางคนอาจจะเอ๋ ที่ไหนน้า ไม่คุ้นเลย เอาเป็นว่าเราขอรับประกันเลยว่าแหล่งท่องเที่ยวที่นี่จะมาร่วมสร้างความประทับใจให้กับทริปของเพื่อนๆแน่นอน !! ว่าแล้วก็ไปดูกันเลยดีกว่า ว่ามีที่ไหนบ้างนะ ..

1. เนินทรายทตโตะริ (鳥取砂丘)

ใครว่าที่ญี่ปุ่นมีแค่ภูเขาไฟ ดอกซากุระ ทะเล และใบไม้เปลี่ยนสี เพราะนอกจากที่กล่าวมาแล้วยังมีเนินทรายที่ถือเป็นหนึ่งในสามของทะเลทรายในญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย ! เนินทรายของที่นี่สีจะออกเหลืองคล้ำ เพราะมีการผสมของเนื้อทรายกับเถ้าภูเขาไฟ แต่จุดเด่นของเนินทรายที่นี่คือทิวทัศน์ของทรายสูงใหญ่ที่ตัดกับสีของท้องฟ้าและสีของท้องทะเล เพื่อนๆสามารถทำกิจกรรมเร้าใจไปกับเครื่องร่อนพาราไกลเดอร์ หรือจะนั่งรถม้า ขี่อูฐเดินเล่นชมทัศนียภาพยามอาทิตย์อัสดงก็ย่อมได้  แม้ที่นี่จะเป็นทะเลทรายแต่ฤดูหนาวเนินทรายที่นี่จะเปลี่ยนสภาพภูมิทัศน์จากทรายเป็นหิมะทันที เพื่อนๆลองนึกภาพเนินทรายจากสีเหลืองคล้ำเป็นสีขาวสุดลูกหูลูกตาดูสิ คงจะสวยมากๆเลยใช่ไหมละ ซึ่งที่นี่ก็เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่ 9:30-16:30 น. ของเดือนมีนาคม-พฤศจิกายน และ 10:00-16:00 น. ของเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม  sand-museum

2.พิพิธภัณฑ์ศิลปะทราย (鳥取砂丘砂の美術館)

เรียกได้ว่าที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ในร่มกลางทะเลทราย แห่งเดียวในโลก !!  ที่ทุกๆปีจะมีการจัดแสดงหัวข้อแตกต่างกันไป โดยผลงานการแกะสลักจะใช้ทรายทำทั้งหมด แถมยังมี Light up ในตอนกลางคืน สร้างบรรยากาศไปอีกแบบ  สุดยอดไปเลยใช่ไหมละ !? แต่ทว่าผลงานการแกะสลักจากทรายจะเป็นงานละเอียดประณีตเพียงใด แต่ก็พังทลายลงมาได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงสามารถรับชมได้ภายในช่วงเวลาที่จำกัดคือตั้งแต่เดือนเมษายน – มกราคมของปีถัดไป  ถือเป็นเสน่ห์ที่หาชมได้ยากอีกอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ค่ะ สำหรับค่าใช้จ่ายในการเข้าชม 600 เยน ต่อคน เปิดทำการตั้งแต่ 9:00-20:00 น.ค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม  sand-museum

3.พิพิธภัณฑ์มิซุกิ ชิเงรุ (水木しげる記念館)

มีใครคุ้นๆกับตัวละครนี้บ้างไหมเอ่ย ? เพราะที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์มิซุกิ ชิเงรุ ผู้เขียนมังงะเรื่องผีน้อยคิทาโร่นั่นเองค่ะ ใครที่มีอายุหน่อยก็น่าจะพอรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้นะ ซึ่งที่นี่มีการจัดแสดงเรื่องราวของอาจารย์มิซุกิตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ พร้อมห้องจำลองการทำงานที่ให้บรรยากาศหลอนๆตามสไตล์การ์ตูนผี จนเพื่อนๆสามารถสัมผัสถึงพลังอันน่าพิศวงได้เลยละ ข้างนอกพิพิธภัณฑ์ก็มีการจัดแสดงสวนแบบญี่ปุ่นที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตอันเรียบง่ายสมถะของอาจารย์มิซุกิด้วย เดินมาอีกนิดเราก็จะเห็นรูปปั้นน่ารักๆของเจ้าตัวการ์ตูนเหล่านี้ที่ถนนมิซุกิ ชิเงรุ (水木しげるロー) ใครเป็นแฟนอนิเมะญี่ปุ่นห้ามพลาดเชียว ! เพราะสินค้าบางอย่างผลิตเพื่อวางขายที่นี่ที่เดียวเท่านั้นนะ  สำหรับค่าเข้าชมคนละ 700 เยนค่ะ เปิดทำการทุกวันตั้งแต่ 09.30-17.30 น.

ข้อมูลเพิ่มเติม japanhoppers

4.พิพิธภัณฑ์โกโช อาโอยาม่า (青山剛昌ふるさと館)

ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น !! ประโยคคุ้นหูของการ์ตูนเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ใครเป็นแฟนโคนันละก็ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเก็บผลงานของโคนันรวมถึงผลงานเรื่องอื่นๆของอาจารย์โกโช อาโอยาม่า ผู้เขียนการ์ตูนเรื่องนี้ด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นแรกจะมีหุ่นจำลองของอาจารย์โกโช อาโอยาม่า ยืนต้อนรับทุกคน รวมถึงตัวละครอื่นๆ พร้อมรูกุญแจปริศนาให้ผู้เข้าชมได้ไขความลับกัน อีกทั้งเราจะได้เห็นโคนันในลักษณะต่างๆจากทั่วทุกมุมโลก ส่วนชั้น 2 เพื่อนๆสามารถเขียนจดหมายถึงอาจารย์โกโช อาโอยาม่า และมีปริศนามาให้แก้ไขเล่นๆ สมกับเป็นพิพิธภัณฑ์โคนันจริงๆ สำหรับค่าเข้าชมคนละ 700 เยนค่ะ ส่วนเวลาเปิดปิด สำหรับเดือนเมษายน – ตุลาคม ตั้งแต่เวลา 9:30 – 17:00 น.  ปิดทำการทุกวันอังคาร และวันที่ 31 ธันวาคม – 2 มกราคมค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม dplusguide

5.ศาลเจ้าฮะขุโตะ (白兎神社)

“กระต่ายขาวแห่งอินาบะ”  ตำนานของเจ้ากระต่ายขาวตัวหนึ่งที่มาล้างแผลในสระน้ำภายในศาลเจ้าฮะขุโตะ แล้วแผลนั้นกลับหายไปอย่างมหัศจรรย์ ทำให้สระน้ำที่นี่ถูกเรียกว่า “สระน้ำล้างตัว” ที่ช่วยทำให้แผลเป็นหรือโรคผิวหนังหายได้ นอกจากนี้ตามตำนานเทพเจ้า กระต่ายขาวถือเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก ศาลเจ้าฮะขุโตะจึงถือเป็นต้นกำเนิดของตำนานรักอีกที่หนึ่ง โดยเมื่อปี 2010 ที่นี่ถูกแต่งตั้งให้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รักอีกด้วย เพื่อนๆคนไหนมีคนรู้ใจก็อย่าลืมชวนกันมาที่ศาลเจ้าฮาคุโตะนะ ซึ่งเพื่อนๆสามารถเดินทางมาศาลเจ้าฮะขุโตะได้ด้วย JR สถานีทดโทริ หรือแท็กซี่ภายในเมืองตกคนละ 1,000 เยน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม chushikokuandtokyo

6.โบสถ์นะเกะอิเรโด วัดซันบุทสึจิ  (三佛寺投入堂)

ที่นี่คือ วัดซันบุทสึจิ ตั้งอยู่บนภูเขามิโตะกุ โดยภาพที่เพื่อนๆเห็นนั่นก็คือ โบสถ์นะเกะอิเรโด ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสมบัติแห่งชาติ เนื่องจากความสวยงามของหลังคานั่นเอง ตามตำนานว่ากันว่า เอ็นโนะเกียวจา ผู้ก่อตั้งนิกายชูเค็นโดได้ขว้างโบสถ์ขึ้นไปบนเขา ทำให้โบสถ์ที่นี่ตั้งอยู่บนภูเขาสูง หากใครต้องการขึ้นไปสักการะสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของที่วัดได้เลย มีไกด์นำทางให้ด้วยค่ะ หรือถ้าเพื่อนๆคนไหนไม่สะดวกก็สามารถสักการะบริเวณด้านล่างได้เช่นกัน ส่วนใครที่สนใจจะขึ้นไปสักการะด้านบนก็ต้องระวังกันด้วยนะ เพราะเส้นทางระหว่างขึ้นเขามีลักษณะแคบและลื่นง่าย อ้อ ! ที่นี่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือปีนเขามาใช้นะคะ แต่สามารถพกรองเท้ากันลื่นไปได้ ใครที่ขึ้นไปสักการะก็อย่าลืมแชะภาพมาอวดกันด้วยนะ สำหรับที่นี่เปิดทำการตั้งแต่ 8:00-15:00น. ค่าใช้จ่ายสำหรับการขึ้นเขา ผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กตั้งแต่ชั้นประถม – มัธยมต้น 300 เยนค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม tottori tour

7. ออนเซ็นมิสะสะ (三朝温泉)

เพื่อนๆคนไหนเหนื่อยจากการเดินทาง ก็แวะมาผ่อนคลายกันได้ที่ออนเซ็นมิสะสะ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุร้อนที่มีส่วนประกอบของแร่เรดอน เป็นน้ำพุร้อนที่ทำให้ผ่อนคลาย  ทั้งยังมีคุณสมบัติเรื่องการรักษาอาการทางประสาท โรครูมาตอย โรคเกาท์ ความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน นอกจากนี้บริเวณริมแม่น้ำยังมีน้ำพุร้อนกลางแจ้ง ที่เรียกกันว่า “คะวะบะระ” ตั้งอยู่ใต้สะพานมิสะสะด้วย เพื่อนๆสามารถแช่ตัวพร้อมฟังเสียงแม่น้ำไหลผ่าน หรือเสียงจั๊กจั่นปนกับเสียงกบร้อง คิดแล้วฟินสุดๆเลย ธรรมชาติมากๆ  ที่สำคัญออนเซนกลางแจ้งนี้ฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียมด้วยนะ เพื่อนๆสามารถเดินทางจากสถานีรถไฟคุระโยชิ ต่อด้วยรถบัสแล้วลงที่มิสะสะออนเซ็นได้เลย ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม tottori tour

8.สวนสาธารณะอุตสึบุกิ  (打吹公園)

ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ดูซากุระ 100 แห่งที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นเลยละ ! ที่ไม่ว่าจะฤดูไหนเพื่อนๆก็สามารถมาเที่ยวชมความสวยงามของทัศนียภาพที่นี่ได้ ทั้งใบไม้ผลัดใบสีเขียวอ่อนในฤดูร้อน ดอกซากุระและดอกทซึทซึจิ ที่แข่งกันผลิดอกในฤดูใบไม้ผลิ ชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง รวมถึงดอกทสึบากิที่บานสะพรั่งในฤดูหนาว เรียกได้ว่าเที่ยวได้ครบทุกฤดูจริงๆ ใครชอบถ่ายรูปวิวสวยๆที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่เพื่อนๆควรหยิบกล้องมาแชะภาพเก็บไว้นะ ! สำหรับการเดินทาง เพื่อนๆสามารถเดินทางได้จากสถานีรถไฟคุระโยชิ แล้วต่อรถแท็กซี่ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม tottori tour

9.สวนดอกไม้ฮานะคาอิโระ (とっとり花回廊)

หากเพื่อนๆคนไหนเคยดูหนังเกาหลีเรื่อง “Athena: Goddess of War” ที่นี่เป็นหนึ่งในโลเคชั่นของหนังเรื่องดังกล่าวนั่นเองค่ะ เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นด้วยนะ แถมดอกลิลลี่ที่นี่ไม่ได้ตั้งใจปลูกด้วย เพราะมันขึ้นเองตามธรรมชาติ มากกว่า 15 สายพันธุ์แหนะ สวยสุดๆไปเลยใช่ไหมละ อย่างที่ทราบกันว่าดอกลิลลี่เป็นดอกไม้ที่สามารถชมได้ตลอดทั้งปี ใครที่ไม่ชอบแดดร้อนๆหรือกลัวฝนตกก็ไม่ต้องกังวล เพราะที่นี่มีเรือนกระจกขนาดใหญ่ เพื่อนๆ สามารถชมดอกไม้ผ่านเรือนกระจกนี้ได้เลย

สำหรับค่าเข้าชม ช่วงเดือนเมษายน – พฤศจิกายน คนละ 1,000 เยน ส่วนเดือนธันวาคม – มีนาคม คนละ 700 เยนค่ะ นอกจากนี้ในตอนกลางคืน ของเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม ช่วงเทศกาลคริสต์มาส และวันหยุดฤดูร้อน หลังเวลา 17:00 น. ของทุกๆวันเสาร์-อาทิตย์ ก็มีการประดับไฟ ถึง 1,000,000 ดวง เรียกว่า Moonlight Flower Garden  ใครที่มาช่วงนี้จะเสียค่าเข้าชมคนละ 700 เยนนะ ส่วนเวลาเปิด-ปิด ในดือนเมษายน – พฤศจิกายน ตั้งแต่ 9:00-17:00 น. และเดือนธันวาคม – มีนาคม ตั้งแต่ 9:00-16:30 น. ส่วนวันปิดทำการ คือทุกวันอังคารของเดือนธันวาคม – มีนาคม และวันที่ 26-31 ธันวาคม

ข้อมูลเพิ่มเติม talonjapan

10.ชายฝั่งอุระโดเมะ (浦富海岸)

เนื่องจากการเคลื่อนที่ของเปลือกโลกและการกัดเซาะของน้ำทะเล ทำให้เกิดเป็นแนวชายฝั่งอุระโดเมะตามที่เพื่อนๆเห็นในรูปนั่นเองค่ะ อีกทั้งที่นี่ยังถูกเลือกให้เป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์สวยงามที่สุดในปี 1927 และมีชื่ออยู่ในโครงการของป่านานาชาติ World’s Geo Park อีกด้วย ขอบอกเลยว่าน้ำทะเลของที่นี่ใสมากๆ เพื่อนๆสามารถดำน้ำชมความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเล ล่องเรือโต้ลม พายเรือคะยัก หรือจะเดินเล่นชมวิวสวยๆก็ได้ เนื่องจากความแรงของลมทะเลที่พัดมากัดกร่อนหินทำให้เกิดอุโมงค์ หน้าผา ถ้ำ และชายหาดสีขาว สร้างความงดงามและโรแมนติกให้กับที่นี่ขึ้นไปอีก เพื่อนๆคนไหนเดินเล่นในเมืองจนเบื่อ ก็มาเดินเล่นเลียบชายฝั่งที่นี่กันได้นะคะ สำหรับการเดินทางเพื่อนๆสามารถขึ้นรถบัสจาก สถานีทตโตะริ มายังสถานีไอวามิ  สถานีไอวาอิออนเซ็นหรือสถานีคาบูชิม่า  ประมาณ 40 นาที แล้วลงที่ป้าย Shimameguri Yuransen Noriba mae  ได้เลยค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติม japanhoppers

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดทตโตะริ นี่เป็นแค่เพียงส่วนนึงเท่านั้นนะ ! นอกจากจะเที่ยวให้อิ่มใจแล้วก็อย่าลืมแวะไปอิ่มท้องกับอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดทตโตะริอย่างปูสุไวกะนิ หอยนางรมอิวะ ปลามากุโระ โฮะรุโซบะ และเนื้อวัววะกิวสายพันธุ์ทตโตะริกันด้วยนะ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงทตโตะริจริงๆ !!

 

ผู้เขียน : baiosfalim

อ้างอิง : besttraveljapan/blogs yahoo/retrip/travelcari/spa misasa/syuu nikk/travel thaiza/pref tottori/konotabi/kouiki kansai/ana-cooljapan/

LEAVE A REPLY